สวยใส 365 วัน ดอทคอท หน้าหลัก ผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น ถาม-ตอบ การสั่งซื้อ เกี่ยวกับเรา
สวยใส 365 วัน ดอทคอท สวยใส 365 วัน ดอทคอท
   
  กาแฟ ลดน้ำหนัก
  ควบคุมน้ำหนัก Step1
  ควบคุมน้ำหนัก Step2
  ขจัดไขมันเฉพาะส่วน
  มหัศจรรย์ 6 ประการ เพื่อผิวยกกระชับ
  ยกกระชับ ผิวหน้า Step1
  ยกกระชับ ผิวหน้า Step2
  ยกกระชับ อกสวย เต่งตึง
  UV Base Protect SPF 35 PA+++
  สบู่ผสมเกลือ ขัดผิวขาว
  สบู่เหลว
  อาหารผิว อาหารสุขภาพ
  เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  กาแฟ เพื่อสุขภาพและผิวพรรณ
  วิตามินซีธรรมชาติ
  เมโนฟอร์ซ (สตรีวัยทอง)
  ไขความลับแห่งพลังหนุ่มสาว
  แคลเซียมธรรมชาติ
  บำบัดเบาหวาน
เพื่อรับข่าวสารและโปรโมชั่นพิเศษ
     
  ตามใจอยากแต่ไม่อ้วน

  ถนอมมือให้นุ่มด้วยสับปะรด

  ทำทรีตเมนต์ใช้เองที่บ้าน
  มาของความอ้วน
  ผมสวยจัดทรงง่าย
  มารู้จักกับแคลอรี่กันค่ะ
  ยืดเส้นยืดสาย
  ลด "คาร์โบไฮเดรต" หรือโลว์คาร์
  ล้างพิษด้วยชาเขียว
  เล็กๆ น้อยๆ สำหรับการไดเอ็ท
 
 
ตอนที่คุณหมอบอกกับแม่ว่า “น้องฮาร์ทเป็นมะเร็งไตระยะสุดท้าย” แม่ทำอะไรไม่ถูก มันตื้อไปหมด
 

          มะเร็ง โรคที่คนส่วนมากกลัวกัน เหมือนเป็นความเชื่อมาตั้งแต่นมนาน ว่าเป็นแล้วจะรักษาไม่หาย หรือหายแต่ก็ส่วนน้อย แต่ทำไมหนอมะเร็งถึงมาเกิดกับลูกน้อยของแม่ได้ ลูกของแม่อายุแค่ 7 ขวบ เป็นมะเร็งแล้วหรือ?

          น้องฮาร์ท เกิดวันที่ 17 พ.ย. 2542 ตอนน้องฮาร์ท อายุ 3 ขวบ น้องฮาร์ทอ้วนจ้ำม่ำน่ารัก ทานนมมากเป็นพิเศษกว่าเด็กคนอื่น น้องฮาร์ทมีน้องชาย 1 คน อ้วนพอกัน ญาติๆล้อว่า ครอบครัวตัว อ เพราะอ้วนทั้งครอบครัว พอน้องฮาร์ทอายุได้ 7 ขวบแม่ได้พาครอบครัวไปอยู่ที่ชลบุรี แต่อยู่ไม่ถึงปีน้องฮาร์ทผอมลงจนผิดปกติ แม่ได้พาไปหาหมอ คุณหมอบอกว่าน้องฮาร์ทสูงเกินอายุเลยทำให้ดูผอม ตรวจดูผลเลือด ผลเลือดก็ปกติ น้องฮาร์ทผอมลงเรื่อยๆ เบื่ออาหาร ไม่ยอมทานข้าว

          เ ดือนมีนาคม 2549 แม่ก็พาย้ายกลับมาเข้าเรียน ป.1 ที่อุดรเหมือนเดิม พอกลับถึงบ้าน ญาติพี่น้องตกใจทำไมน้องฮาร์ทผอมลงไปเยอะเลย เปลี่ยนเป็นคนละคน พอถึงเดือนมิถุนายน น้องฮาร์ทเริ่มมีอาการปวดขา ปวดหัว จนไปโรงเรียนไม่ได้ มีไข้ตลอด แม่ได้พาไปให้หมอตรวจดู หมอบอกว่าน้องฮาร์ทไขข้ออักเสบ และให้ยามาทานที่บ้าน ทานยาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ น้องฮาร์ทก็หายปวดขา แต่ 1 เดือนต่อมา อาการปวดขาเริ่มกลับมาอีก แต่กลับมาปวดอีกขาข้างหนึ่ง ไม่ใช่ข้างเดิม แม่พาไปหาหมออีกครั้ง ได้ยามาทานที่บ้าน แต่ทานแล้วอาการปวดไม่หาย กลับปวดหนักกว่าเดิม น้องฮาร์ททานข้าวไม่ได้เลย จะปวดตลอดเวลา เดินไม่ได้ แม่จึงพาน้องฮาร์ทไปโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพราะมีคนไข้เยอะมาก ต้องไปให้ทันคิวแรก แต่ได้เข้าพบหมอตอน 11 โมง แล้วก็ได้ยาแก้ปวดมาทาน แต่อาการปวดจะปวดหนักขึ้นเรื่อยๆ  จนนอนไม่ได้ ตื่นขึ้นมาร้องไห้ตอนกลางคืน ข้าวก็ทานไม่ได้ ตอนนั้นน้องฮาร์ทเหมือนซี่โครงเดินได้ ต้องอุ้มตลอด เดินไม่ได้เลย ต้องนอนชั้นล่างเพราะแม่อุ้มขึ้นชั้นสองไม่ไหว กลัวลูกตกบันได วันไหนลูกตื่นขึ้นมาร้องไห้ แม่ก็นอนหันหลังให้ลูก ร้องไห้ด้วย แม่เจ็บปวดกว่าลูกหลายเท่านัก ทำไมเวลาลูกปวดขึ้นมาแม่ทำให้ลูกหายไม่ได้เลย แม่ได้พาลูกไปหาหมออีกครั้ง แต่เป็นอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร เวลาพยาบาลเจาะเลือด น้องฮาร์ทจะกรีดร้องทุกครั้ง จนต้องมัดแขนสองข้าง ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะสองครั้ง ผลออกมาก็ปกติทุกอย่าง แม่จึงพาน้องฮาร์ทกลับบ้าน แต่ก็ยังปวดอยู่เรื่อยๆ

          วันที่ 10 ส.ค. 49 แม่พาน้องฮาร์ทกลับมาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์อีกครั้ง เพราะทนปวดไม่ไหว คราวนี้หมอได้เจาะไขกระดูก ต้องวางยาสลบ แล้วผลตรวจก็ออกมา หมอประชุมกันหลายท่าน แล้วเรียกแม่ไปฟัง ทุกท่านได้แสดงความยินดีกับแม่ ว่าน้องฮาร์ทไม่เป็นมะเร็ง แต่ต้องหาสาเหตุอีกทีว่าเป็นอะไร แม่ใจชื้นขึ้นเยอะ ลูกแม่ไม่ได้เป็นมะเร็งดั่งที่แม่กลัว แม่บอกหมอว่าบางทีน้องฮาร์ทจะปวดท้องมาก หมอคลำเจอก้อนที่ท้องน้องฮาร์ทแต่ไม่รู้ว่าเป็นก้อนอะไร จึงนัดอุลตร้าซาวด์ในวันที่ 31 ส.ค. 2549 แม่พาน้องฮาร์ทกลับบ้าน แต่ก็สงสัยว่าน้องฮาร์ทเป็นอะไร ทำไมถึงหาสาเหตุอาการปวดไม่เจอ ทำไมถึงได้ปวดทรมานอย่างนี้

          วันที่ 31ส.ค. 49 หมอได้อุลตร้าซาวด์ที่ท้องน้องฮาร์ท พบก้อนเนื้อในไต ขนาด 7*10 ซม. ถึง 11*10 ซม. และนัดเจาะไขกระดูกอีกครั้ง วันฟังผลใจแม่เต้น ผลจะเป็นยังไงหนอ ผลคราวนี้ หัวอกคนเป็นแม่แทบสลาย คุณหมอบอกกับแม่ว่า “น้องฮาร์ทเป็นมะเร็งไตระยะสุดท้าย” แม่ทำอะไรไม่ถูกมันตื้อไปหมด แม่รู้มะเร็งระยะสุดท้ายรักษาไม่หาย โอกาสมีชีวิตรอดน้อยมาก แม่ทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกรักของแม่ไป แม่พาน้องฮาร์ทกลับบ้าน คิดว่าจะทำยังไงดีหนอ ข้าวก็ทานไม่ลง นอนก็ไม่หลับ ปรึกษากับญาติพี่น้องว่าจะทำยังไงถึงจะทำให้น้องฮาร์ทหาย ได้อยู่กับแม่นานๆ เราตกลงกันว่าไปกรุงเทพเพราะญาติที่นั่นบอกว่ารู้จักอาจารย์หมอท่านหนึ่งเก่งมาก รักษามะเร็งหายมาแล้วหลายคน แม่ได้กลับไปโรงพยาบาลศรีนครินทร์เพื่อติดต่อเรื่องย้ายโรงพยาบาล เพราะแม่รักษาน้องฮาร์ทในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค สามารถทำเรื่องส่งต่อผู้ป่วยได้ และได้มีหมอท่านหนึ่งบอกกับแม่ว่า ไม่ต้องย้ายหรอกเพราะที่ไหนก็รักษาเหมือนกันหมด โอกาสที่น้องฮาร์ทจะมีชีวิตรอดไม่ถึง10 เปอร์เซ็นต์ แต่แม่จะสู้ถึงลูกของแม่จะมีโอกาสรอดแค่ 1 เปอร์เซ็นต์แม่ก็จะคว้ามันไว้

          ในวันเดินทาง พ่อน้องฮาร์ทต้องอุ้มขึ้นรถตู้ เพราะตอนนั้นน้องฮาร์ทเดินไม่ได้แล้ว ต้องค่อยๆ อุ้ม เพราะจะแตะตัวน้องฮาร์ทไม่ได้เลย จะปวดทันที เราไปพร้อมกับฟิลม์เอกซเรย์ ที่ฟิล์มเอกซเรย์ร่างกายน้องฮาร์ทมีจุดดำๆ เต็มไปหมด ไอ้จุดดำๆก็คือเซลล์มะเร็ง มันอยู่ทั่วตัวน้องฮาร์ท ตั้งแต่หัวลงมาถึงขา

          พอไปพบหมอ ท่านได้ดูฟิล์มเอกซเรย์แล้วถามแม่ว่า ทำไมแม่พาลูกมาช้าจัง โอกาสที่จะมีชีวิตรอดเหลือน้อยมาก ความหวังของแม่ที่คิดว่าพาลูกมาหาหมอเก่งๆแล้วจะหาย กลับได้คำตอบไม่เป็นดั่งที่แม่หวัง แม่ไม่ยอมแพ้ ในวันรุ่งขึ้น แม่ได้พาน้องฮาร์ทไปโรงพยาบาลศิริราช หมอต้องให้เลือดด่วนเพราะน้องฮาร์ทซีดมาก หมอจะรับไว้ แต่ไม่ให้แม่นอนเฝ้า ต้องกลับแล้วมาใหม่ในตอนเช้า น้องฮาร์ทได้ยินแล้วร้องไห้ ลุกขึ้นจากรถเข็นวิ่งหนีกะโผลกกะเผลก ทั้งๆที่น้องฮาร์ทปวดขาเดินไม่ได้ น้องฮาร์ทไม่เคยห่างจากแม่เลย ติดแม่มาก แม่จึงตัดสินใจพาน้องฮาร์ทกลับมารักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ตามเดิม ความหวังที่แม่จะเห็นน้องฮาร์ทหายตอนนั้นแทบไม่มีเลย

          11 กันยายน 2549 หมอนัดเข้ายาคีโมครั้งแรก น้องฮาร์ทนอนเข้ายาที่ตึก 3ง แทบไม่น่าเชื่อ ทั้งตึกมีแต่เด็กอายุน้อยๆตั้งแต่แรกเกิดเพิ่งคลอดได้ 4 เดือนก็เป็นมะเร็ง แม่เริ่มสงสัยว่ามะเร็งมันเกิดจากอะไร ทำไมมันเกิดกับเด็กเล็กๆที่เซลล์เค้ากำลังเจริญเติบโต ทั้งตึกเด็กร้องไห้กระจองอแง เรานอนอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่ 1 สัปดาห์ก็ได้กลับบ้าน กลับบ้านได้ไม่นานผมน้องฮาร์ทก็เริ่มร่วง ร่วงทุกวัน เป็นหย่อมๆ น้องฮาร์ทไม่ยอมให้โกน เวลาแม่พาน้องฮาร์ทไปไหน คนเค้าก็มองเหมือนตัวประหลาด ผอมๆ ผมเป็นหย่อมๆ คิดแล้วสงสารลูกขึ้นมาจับใจ ดีที่เค้าเป็นเด็กไม่ได้คิดอะไร รู้แต่ว่าตัวเองเป็นมะเร็งแต่ไม่รู้ว่ามะเร็งคืออะไร ร้ายแรงขนาดไหน

          ตั้งแต่น้องฮาร์ทเข้ารับการรักษาแม่ก็ไม่ให้ไปโรงเรียนอีกเลย เพราะร่างกายอ่อนแอ แม่เคยถามหมอว่าน้องฮาร์ทมีโอกาสที่จะหายหรือเปล่า คุณหมอบอกว่าโรคนี้มี 5 คน มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆแค่ 2 คน แต่ถ้าจะให้หายขาดเลยมีน้อยมาก เพราะเด็กอยู่ในระยะที่ 4 แล้ว คุณหมอบอกว่าถ้ามียาหรืออะไรก็ตาม ที่ทานแล้วทำให้ลูกเราดีขึ้นก็หาให้ลูกทาน อย่ารอแต่ยาของหมอ ช่วงนั้นใครบอกว่ามียาดีที่ไหน ยาต้ม หมอยา โสม สมุนไพร  หยดน้ำมหัศจรรย์หรืออะไรที่เค้าว่าดี แม่หามาให้น้องฮาร์ททานหมด ถึงแม้จะทานไม่ได้ แม่ก็ต้องบังคับให้ทานให้ได้

          ทุกเดือนก่อนวันไปเข้ารับยาคีโม 1 วัน แม่จะพาน้องฮาร์ทไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน แม่จะเก็บผลเลือดไว้เปรียบเทียบกันทุกเดือน ใบผลเลือดมีแต่ภาษาอังกฤษ แต่ไม่เกินความพยายามของแม่ แม่ไม่รู้แม่ก็ถามหมอถามพยาบาล ผลเลือดมีต่ำบ้างสูงบ้างในแต่ละเดือน จนแม่รู้ว่าเม็ดเลือดขาวมีความสำคัญต่อผู้ป่วยมะเร็งมาก แม่พาน้องฮาร์ทไปเข้ายาทุกเดือน จนสนิทกับผู้ปกครองของเด็กที่เป็นมะเร็งด้วยกัน พอลูกหลับก็จะมานั่งคุยกัน ลูกใครเป็นยังไงบ้าง แต่ก็จะได้รับข่าวร้ายทุกเดือน เด็กที่เป็นมะเร็งไตเหมือนน้องฮาร์ทหายไปเดือนละคน คิดแล้วใจหาย แม่คิดไปต่างๆนานา เมื่อไหร่หนอ มันจะถึงคิวของลูกเรา ตั้งแต่เข้ารับยาคีโม อาการปวดขาและมีไข้ก็ค่อยๆลดลง แต่ก็ยังมีปวดอยู่บ้าง

          วันที่ 12 ธ.ค. 2549 หมอได้นัดอุลตร้าซาวด์อีกครั้ง ผลปรากฏว่าก้อนเนื้อที่ไตมีขนาดลดลง เหลือ 5*8 ถึง 7*8 ซ.ม. หมอได้บอกว่าน้องฮาร์ทต้องได้รับการผ่าตัดเอาเนื้อก้อนนั้นออก แต่ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองของเด็ก แม่พาน้องฮาร์ทกลับบ้าน คิดอยู่หลายวันว่าจะให้น้องฮาร์ทผ่าตัดดีไหม เพราะผู้ปกครองเด็กที่เป็นมะเร็งด้วยกันเค้าบอกว่าคนที่เป็นมะเร็งแล้วได้รับการผ่าตัดส่วนมากจะไม่รอด เพราะเชื้อมะเร็งแพร่กระจาย แต่แม่ก็ยอมให้น้องฮาร์ทเข้ารับการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อร้ายออก

          วันที่ 30 มกราคม 2550 วันที่น้องฮาร์ทเข้ารับการผ่าตัด พอน้องฮาร์ทฟื้นขึ้นมา ลูกร้องไห้ น้ำตาไหลเจ็บแผล กระดิกไม่ได้เลย สงสารลูกมาก นอนอยู่หลายวันจึงได้กลับบ้าน พอแผลแห้งคุณหมอได้นัดเข้ายาคีโมต่อ เพราะคุณหมอบอกว่าเชื้อมะเร็งยังฝังตัวอยู่

          หลังผ่าตัดได้ 4 เดือน วันที่ 18 พ.ค. 2550 หมอได้นัดเอกซเรย์คอมพิวเตอร์อีกครั้ง และให้เก็บปัสสาวะไปตรวจ พบว่ามีเนื้องอกขึ้นมาใหม่อีก 2 ที่ คือ ที่ไต ตรงที่ได้ผ่าตัดออกไปแล้ว กับที่หลังประมาณ 2*4 ซม. หมอจึงนัดให้เข้ายาคีโมต่อ บางเดือนก็ให้ยากลับมาทานที่บ้าน และให้ยาคีโมไปเข้าที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

          ช่วงเดือน ตุลาคม 2550 น้าน้องฮาร์ทเล่นอินเตอร์เน็ต หาข้อมูลที่เกี่ยวกับโรคมะเร็ง แล้วก็ได้เจออาหารเสริมยี่ห้อหนึ่ง สามารถทำให้เซลล์มะเร็งลดลง เปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้เป็นเซลล์ปกติ และทำให้ก้อนเนื้องอกลดขนาดลงได้ ส่วนผสมจะมาจากธรรมชาติทั้งหมด เป็นผักผลไม้ที่เคยอ่านเจอในวารสารการแพทย์ว่าพืชผักพวกนี้เป็นสารต้านมะเร็งเกือบทั้งหมด แม่ได้ตัดสินใจซื้ออาหารเสริมยี่ห้อนั้นมาให้น้องฮาร์ทลองทานดู เพราะลองทานมาหลายๆอย่างที่ใครบอกว่าทานแล้วจะดีขึ้น ทานแล้วจะหาย แต่ก็ไม่ทำให้ดีขึ้นเลย น้องฮาร์ทเริ่มทานอาหารเสริมตัวนี้ วันที่ 27 ตุลาคม 2550 ทานมาได้ประมาณสองสัปดาห์ น้องฮาร์ทเริ่มทานข้าวได้มากขึ้น หิวบ่อย ทานข้าวเก่ง บางวันจะขอทานก่อนนอนอีกมื้อ บอกว่าหิวข้าว น้องฮาร์ทน้ำหนักเพิ่มขึ้น และไม่บ่นว่าปวดอีก

          วันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 แม่ได้พาน้องฮาร์ทได้หาหมอ หมอได้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์และรับยาคีโมมาเข้าที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน 3 ชั่วโมงก็กลับบ้านได้

          วันที่ 13 ธ.ค. 2550 หมอได้นัดไปตรวจ และไปฟังผลเอกซเรย์ ผลปรากฏว่า ก้อนเนื้อที่เกิดมาใหม่ที่หลังหายไป มีเพียงกระดูกอ่อนที่กำลังจะเชื่อมต่อกัน และก้อนเนื้อที่ไตมีขนาดเท่าเดิม แต่มีหินปูนเคลือบอยู่ หมอบอกว่าคงเป็นก้อนเนื้อที่ด้าน เพราะผลปัสสาวะออกมาว่าไม่พบเชื้อมะเร็งในก้อนเนื้อนั้น แต่น้องฮาร์ทยังคงต้องเอายาคีโมมาเข้าที่โรงพยาบาลใกล้บ้านเหมือนเดิม

          วันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2551 หมอนัดไปตรวจสแกนหาเชื้อมะเร็งอย่างละเอียด วันสุดท้ายของการตรวจสแกนหาเชื้อมะเร็ง แม่รอฟังผลอย่างใจจดใจจ่อ หมอเรียกแม่เข้าไปดูผลสแกนในห้อง คุณหมอบอกว่าก้อนเนื้อมะเร็งได้หายไป และไม่มีเชื้อมะเร็งในร่างกายเลย

          แล้ววันที่แม่รอคอยก็มาถึง ชีวิตน้อยๆได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะกำลังใจแม่ไม่เคยท้อถอย แม่สู้มาทุกอย่างคิดแต่ว่าน้องฮาร์ทจะต้องหาย ตอนนี้น้องฮาร์ทอ้วนขึ้น แก้มป่อง แขนขาใหญ่ขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ร่าเริงสดใสเหมือนเด็กทั่วไป ผมที่เคยร่วงก็หยุดร่วงตอนนี้ผมขึ้นเต็มศรีษะแล้ว โชคดีที่แม่ได้ตัดสินใจซื้ออาหารเสริมตัวนี้ให้น้องฮาร์ทลองทานดู คิดว่าเผื่อมันจะดีขึ้น แทบไม่น่าเชื่อว่าน้องฮาร์ทจะดีขึ้นจริงๆ จนหายจากโรคร้ายนี้ และแม่คิดว่าจะให้น้องฮาร์ททานอาหารเสริมตัวนี้ไปเรื่อยๆ

          ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านบทความจนจบและขอให้ท่านและครอบครับมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ

          แม่น้องฮาร์ท

ขอขอบคุณ คุณกาญจนา ภูสอดศรี (แม่น้องฮาร์ท) และ คุณวาสนา บุตตะกุล (น้าน้องฮาร์ท) ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณกาญจนา ภูสอดศรี โทร. 081-873-2431, ที่อยู่ : 90 หมู่ 8 ถ.อุ่มจาน ต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี 41110, E-mail : jubilie_12@hotmail.com 

ขอแนะนำผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ สำหรับป้องกันโรคมะเร็งและฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง

1.Phytoplex

2.V-Max & Phyto-Max
3.Calcitone
4.Z-Plex
 
Product Testimonials
ฉันเกือบฆ่าตัวตาย สติแตกทันทีที่หมอบอกว่าฉันเป็นมะเร็งรังไข่
แคลเซียมกับคุณแม่ตั้งครรภ์หรือให้นมลูก
ผมอายุ 28 ปี เป็นผู้ติดเชื้อเอดส์ที่กล้าแนะนำตัวเอง
เด็กอายุ 2 ปี 7 เดือน ที่ป่วยเป็นไข้ทุกเดือนตั้งแต่อายุ 1 ปี ปากแดง เจ็บคอ กินนมไม่ได้
ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน
ผู้ป่วยโรคตับแข็ง
ผู้ป่วยเบาหวานเป็นแผลที่นิ้วทะลุถึงกัน
ผู้ป่วยเบาหวานเป็นฝีที่หลัง
โรคหอบหืด
โรคเบาหวาน
ผู้ป่วยเบาหวานที่ตัดนิ้วเท้า
โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)
โรคเกี่ยวกับกระดูก
โรคสะเก็ดเงิน
ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นโรคอะไร
โรคเอดส์
เนื้องอกที่ต่อมไธมัส มะเร็งขั้น 2
โรคเก๊าท์
ตอนที่คุณหมอบอกกับแม่ว่า “น้องฮาร์ทเป็นมะเร็งไตระยะสุดท้าย” แม่ทำอะไรไม่ถูก มันตื้อไปหมด
สปอร์ตทรอน กับ โรค SLE
ปวดหัวเข่า ปวดตามข้อ
ไมเกรน
หมอบอกว่าแม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ปอดหายไปข้างหนึ่งแล้วและกำลังลุกลามไปที่ตับ
โรคอ้วน ไขมันส่วนเกิน
 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ข้อมูลจาก : sportronfamily.com
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

           
หน้าหลัก ผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น ถาม-ตอบ การสั่งซื้อ เกี่ยวกับเรา
คุ้มครองสิทธิ์โดย 7วันดี 14วันสวย ดอทคอม