สวยใส 365 วัน ดอทคอท หน้าหลัก ผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น ถาม-ตอบ การสั่งซื้อ เกี่ยวกับเรา
สวยใส 365 วัน ดอทคอท สวยใส 365 วัน ดอทคอท
   
  กาแฟ ลดน้ำหนัก
  ควบคุมน้ำหนัก Step1
  ควบคุมน้ำหนัก Step2
  ขจัดไขมันเฉพาะส่วน
  มหัศจรรย์ 6 ประการ เพื่อผิวยกกระชับ
  ยกกระชับ ผิวหน้า Step1
  ยกกระชับ ผิวหน้า Step2
  ยกกระชับ อกสวย เต่งตึง
  UV Base Protect SPF 35 PA+++
  สบู่ผสมเกลือ ขัดผิวขาว
  สบู่เหลว
  อาหารผิว อาหารสุขภาพ
  เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  กาแฟ เพื่อสุขภาพและผิวพรรณ
  วิตามินซีธรรมชาติ
  เมโนฟอร์ซ (สตรีวัยทอง)
  ไขความลับแห่งพลังหนุ่มสาว
  แคลเซียมธรรมชาติ
  บำบัดเบาหวาน
เพื่อรับข่าวสารและโปรโมชั่นพิเศษ
     
  ตามใจอยากแต่ไม่อ้วน

  ถนอมมือให้นุ่มด้วยสับปะรด

  ทำทรีตเมนต์ใช้เองที่บ้าน
  มาของความอ้วน
  ผมสวยจัดทรงง่าย
  มารู้จักกับแคลอรี่กันค่ะ
  ยืดเส้นยืดสาย
  ลด "คาร์โบไฮเดรต" หรือโลว์คาร์
  ล้างพิษด้วยชาเขียว
  เล็กๆ น้อยๆ สำหรับการไดเอ็ท
 
 
หมอบอกว่าแม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ปอดหายไปข้างหนึ่งแล้วและกำลังลุกลามไปที่ตับ
 

การแนะนำคนให้มีชิวิตที่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่นั้น มันผิดตรงไหน ? บาปหรือไม่ ?

เมื่อคุณรู้ว่ามีสิ่งที่ทำให้คนที่หมดโอกาสแล้วมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น คุณจะไม่บอกเค้าอย่างนั้นหรือ ?

หากมันเป็นทางเลือกสุดท้ายที่คุณตัดสินใจเพื่อชีวิตคุณ แล้วคุณจะไม่สนใจ หรือลืมมันไปใช่ไหม ?

             เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้อาจจะไปตรงกับชีวิตของใครบางคนก็เป็นได้ ชีวิตที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป หรือต้องทนเห็นคนที่เรารักทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดที่ได้รับ ซึ่งเราจะไม่สามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้นเลยหากเราไม่ได้สัมผัสกับมันด้วยตัวของเราเอง

             "มะเร็ง" โรคร้ายที่ใครก็ไม่ต้องการให้เกิดกับคนในครอบครัวหรือคนที่เรารู้จักแม้แต่คนเดียว เพราะไม่อยากเห็นคนเหล่านั้นต้องทนทุกข์ทรมานต่อหน้าเรา และสุดท้ายอาจจะต้องสูญเสียคนที่เป็นที่รักยิ่งไป

             ก่อนหน้านี้เราเคยประสบกับเหตุการณ์โรคร้ายคร่าชีวิตนี้มาก่อน แต่เพราะความเป็นเด็กทำให้เราไม่รู้สึกอะไรมากนัก ตาของเราเป็นมะเร็งปอดทรมานมาก นอนไม่ได้ ต้องนั่งทั้งคืน ไอทั้งคืน แล้วก็ผอมลงๆ ทุกวัน ลองคิดดูซิว่าถ้าเป็นเราเอง นอนไม่ได้ติดต่อกันหลายๆ วัน จะรู้สึกแย่แค่ไหน แต่นี่นอนไม่ได้เป็นเดือนๆ สุดท้ายตาของเราก็เสียไปพร้อมๆ กับโรคร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่คราวนี้ แม่ของเราเองที่เป็นคนเจอกับโรคร้ายนั่น

             แม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งตั้งแต่ปี 2542 สาเหตุที่รู้อาจฟังดูแปลกๆ แต่มันก็ทำให้เราและครอบครัวเราช็อคไประยะหนึ่ง คือแม่เราได้วารสารจากโรงพยาบาลบอกวิธีการสำรวจมะเร็งเต้านม แม่ก็ลองทำดู แล้วก็เจอเจ้าก้อนเนื้อร้ายอยู่ที่หน้าอกข้างขวา แม่คิดว่าไม่ใช่แต่ทุกคนก็พยายามบังคับให้แม่ไปตรวจ แม่ก็เลยไปตรวจวันที่ 1 ส.ค. 2542 แล้วพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งขั้นที่ 2 หมอจึงนัดผ่าตัดทันทีวันที่ 3 ตัดนมทิ้งไปเลยข้างหนึ่ง แม่เราแทบทำใจไม่ได้ หลังจากนั้นก็ต้องให้คีโมอีกเดือนละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน การให้คีโมกับผู้ป่วยมันทรมานมาก ตัวคนไข้จะร้อนตลอดเวลา อาเจียน นอนไม่หลับ แล้วก็ปวดไปทั้งตัว เราเคยไปเฝ้าแม่ตอนให้คีโม เราเห็นคนไข้คนอื่นที่มีอาการไม่ต่างกัน ทุกคนนอนร้องครวญคราง ทรมาน ปวดและร้อนทั้งคืน พอดีขึ้นหรือให้ยาครบตามขนาดแล้วก็จะได้กลับบ้านไปพักฟื้น เป็นอยู่อย่างนี้ 6 เดือน หลังจากนั้นแม่เราก็พยายามหาวิธี ทำทุกอย่าง ทานทุกอย่างที่พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ หามาให้ว่าดีว่ารักษามะเร็งได้ เพื่อไม่ให้มันกลับมาอีก จริงๆ เราไปคุยกับคุณหมอเค้าบอกว่ามันฝังตัวอยู่ในต่อมน้ำเหลืองของเรานี่แหละ ขึ้นอยู่กับการรับประทานอาหารและความเป็นอยู่ของแต่ละคนว่ารักษาสุขภาพร่างกายดีแค่ไหน ถ้าทำดีๆ มันก็ไม่เกิด ทีนี้เราก็ถามว่าแล้วตัดมันทิ้งออกไปแล้วเนี่ยมีสิทธิ์จะกลับมาเป็นอีกไหม คุณหมอก็ตอบว่ามี แต่ถ้ารักษาตัวดีอาจจะไม่ก็ได้ แม่เราก็รักษาตัวเองมาได้กว่า 5 ปี แม่เราไม่เป็นอะไรเลย อาการดีทุกวัน อย่างมากก็เป็นหวัดเหมือนปกติ แต่ก็ยังต้องทานยาและพบหมอทุกเดือนเพื่อเช็คว่าเนื้อมะเร็งจะไม่กลับมาอีก ช่วงนั้นเราไปเรียนต่อเมืองนอกพอดี

             ประมาณปี 2547 แม่เราก็ไปหาหมอตามปกติ คุณหมอก็ตรวจเลือดแล้วพบว่า ผลเลือดมีสิ่งผิดปกติ ถ้าคนที่ไม่เคยสัมผัสกับคนป่วยโรคนี้อาจจะไม่รู้ว่าผลเลือดมาเกี่ยวอะไรด้วย คนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งนั้นค่าของเกล็ดเลือดจะต่ำกว่าปกติ ถ้าคนเราปกติอยู่ที่ 2000 คนป่วยเป็นโรคมะเร็งค่าของเกล็ดเลือดจะต่ำลงๆ แล้วถ้าต่ำกว่า 20 เมื่อไรก็เตรียมตัวได้เลยว่าเราจะต้องเสียเค้าไปในไม่ช้าแน่

             แม่เราตรวจพบว่าค่าเกล็ดเลือดต่ำลงเรื่อยๆ จึงต้องตรวจทั้งร่างกายว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ แล้วก็เจอมันอีกแล้ว คราวนี้เกิดที่ปอดข้างซ้ายของแม่ เอ็กซ์เรย์พบว่าเจ้าเนื้อร้ายมันกัดกินปอดข้างซ้ายของแม่ไปจนปอดหายไปแล้วกว่าครึ่ง แต่เนื่องจากว่ามันเกิดขึ้นที่อวัยวะภายในที่ไม่สามารถจะทำการผ่าตัดเอาออกไปได้ แม่เราจึงรักษาด้วยการทำคีโมอย่างเดิมอีก 6 ครั้ง เพื่อฆ่าเนื้อร้ายนั่น ซึ่งก็เท่ากับว่าได้ฆ่าภูมิคุ้มกันในร่างกายไปด้วย เรารู้ข่าวนี้หลังจากที่เราสอบเสร็จเพราะแม่ไม่ยอมบอกกลัวว่าเราจะเรียนไม่จบ เมื่อกลับมาแม่ก็ให้คีโมครบแล้ว หมอบอกว่าแม่เราเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ปอดหายไปข้างหนึ่งแล้วและกำลังลุกลามไปที่ตับ ถ้าหยุดมันไม่ได้แม่เราแย่แน่ ซึ่งก็จริงคราวนี้แม่เราแย่กว่าเดิม

             ด้วยกำลังใจที่คิดว่ามันจะหาย แต่กลับต้องมาเจออีก แล้วก็ร่างกายที่ถูกทำลายจนแทบไม่เหลือแล้ว แม่ทานไม่ได้ นอนทั้งวัน บ่นว่าปวดปอดตลอดเวลา ไปไหนก็เหนื่อยง่าย ทานอะไรก็อาเจียนหมด เป็นอยู่อย่างนี้ทุกวัน วันไหนแย่มากๆ ก็ต้องไปนอนโรงพยาบาล ให้เลือด ให้น้ำเกลือ พอดีขึ้นมานิดก็ได้กลับบ้าน สัก 2 วันก็เป็นแบบเดิมต้องไปให้น้ำเกลือกับเลือดอีก อย่างที่เราบอกคนป่วยด้วยโรคนี้เกล็ดเลือดจะต่ำลง เพราะฉะนั้นต้องให้เลือดเพื่อทำให้เค้าอยู่รอดไปวันๆ

             แม่เริ่มสั่งเสียกับลูกและพ่อว่าถ้าเค้าเป็นอะไรไป เค้าต้องการอะไร หรือจะให้เราทำยังไงกับศพเค้า เพราะเค้ารู้ตัวดีว่าคงอีกไม่นาน หมอก็บอกว่าคงไม่เกิน 3 เดือน

             แม่อยากเห็นเราแต่งงานก่อนที่เค้าจะไม่ได้เห็น เราก็แต่งตามที่แม่บอก จริงๆ แล้วเราเคยคุยกันไว้กับแฟนว่าคงอีกสัก 2-3 ปี แล้วค่อยแต่ง แต่พอเกิดเรื่องเราก็เลยแต่งกันไว วันแต่งงานแทบจะพยุงปีกแม่เจ้าสาวขึ้นเวที แล้วก็ผ่านพ้นไป หลังจากนั้นแม่ก็เข้าโรงพยาบาล หมอบอกเกล็ดเลือดของแม่เราแค่ 22 เท่านั้น ถ้าเป็นอย่างนี้คงไม่รอดแน่

             แต่โชคดี ฟ้ายังเห็นว่าแม่เรายังไม่ถึงที่ที่จะต้องไป เค้าคงอยากให้แม่เราเห็นหลานก่อน ในวันแต่งงาน ประธานในพิธีซึ่งเป็นหัวหน้าของแฟนเราเห็นแม่เข้า จึงแนะนำสารอาหารชนิดหนึ่งที่ทานเพื่อต่อต้านและช่วยกำจัดเจ้าเนื้อร้ายไม่ให้แพร่ไปที่อื่นอีก ตอนแรกๆ เราบอกตรงๆ ว่าไม่เชื่อว่าจะมีสารอาหารหรือวิธีไหนที่จะช่วยแม่เราได้เพราะเค้าแย่ขนาดนี้ ตัวเค้าเองก็รู้ว่าอีกคงไม่นาน เพราะฉะนั้นก็คงไม่มีอะไรจะต้องเสียมากกว่านี้แล้ว ลองดูเป็นทางเลือกสุดท้าย ถ้ามันดีก็ทำให้แม่เราอาการดีขึ้น แต่ถ้ามันไม่ดีอย่างมากก็ช่วยให้เค้าทรงตัวจนกว่าเค้าจะจากไป เรากะไว้ว่าจะให้ลองทานแค่เดือนเดียว ถ้าไม่ดีขึ้นก็ไม่ต้องทานอีก เพราะถ้ามันไม่ดีจริงจะต้องทานทำไม อย่างน้อยมันต้องออกฤทธิ์ให้เห็นกันบ้างว่ามันดีกับแม่เราจริงๆ เพราะแม่ทานมาทุกอย่างแล้วยังไม่ดีขึ้นเลย แม่เราทานสารอาหารที่ทุกๆ คนได้ยินชื่อก็จะต้องร้องอ๋อทันที ที่เค้าว่าจะช่วยทำให้มีพลัง ฟื้นตัวเร็ว ก็ไม่เห็นจะเป็นอย่างนั้นเลย ทานยาหม้อ ทานยาทุกชนิดที่ว่าดีที่ว่าช่วยได้ ค่ารักษาและค่ายาบวกค่าสารอาหารแต่ละเดือนตกประมาณ 3-4 หมื่นบาท เพื่อทำให้แม่ทรงตัวไปวันๆ

             เราเลยตัดสินใจให้แม่ทานสารอาหารตัวใหม่ที่หัวหน้าแฟนแนะนำมา แล้วก็ให้หยุดตัวอื่นๆ เพื่อที่จะได้รู้ผลว่าตัวไหนกันแน่ที่ว่าดีกับร่างกายแม่เราที่สุด

             เชื่อมั้ยค่ะ แม่เราดีขึ้น จากที่เคยนอนอยู่บนเตียงแม้แต่จะลุกมาปัสสาวะยังไม่มีแรง ต้องปัสสาวะในกระโถน  แต่พอทานสารอาหารตัวนี้ แม่เริ่มลุกได้ ทานข้าวได้ เริ่มเดินออกมาเข้าห้องน้ำเองได้โดยไม่ต้องพยุง ภายใน 2 สัปดาห์แม่เริ่มมีแรงและไม่ค่อยบ่นว่าเหนื่อยเหมือนแต่ก่อน แต่อาจจะมีปวดบ้างบางครั้ง เราก็ให้แม่ทานต่อจนครบเดือน เชื่อมั้ยว่าแม่เราเดินไปหาหมอเองได้โดยไม่ต้องพึ่งรถเข็น ซึ่งก่อนหน้านี้แม่เราไปหาหมอทีต้องนั่งรถเข็น จนยามโรงพยาบาลจำได้เพราะแม่เราหาหมอ 4 วันต่อสัปดาห์

             แต่ครั้งนี้แม่เดินได้เอง แล้วก็ทานข้าวได้ทั้งวัน เราก็ให้ทานเพราะนานๆ จะเห็นแม่ทานได้ หาหมอครั้งนี้แม่ตรวจเลือดแล้วพบว่าเกล็ดเลือดเพิ่มขึ้นจาก 22 เป็น 35 คนอื่นอาจจะบอกว่าไม่เห็นเยอะเลย แล้วจะมาพูดทำไม แต่จริงๆ แล้วสำหรับคนป่วยแล้วมันเยอะมาก เพราะการทำให้เกล็ดเลือดเพิ่มขึ้นนั้นมันยากมาก ถ้าทำตามที่คุณหมอสั่งก็ต้องทานไข่วันละ 12 ฟอง แล้วก็เป็นไข่ต้มเท่านั้น เพราะห้ามทานของมันๆ ห้ามทานเนื้อสัตว์ เพราะมันเป็นอาหารชั้นดีของมะเร็ง นอกจากนั้นก็ต้องทานตับประมาณ 1-2 กิโลกรัมต่อวัน ถึงแม้ว่ามันจะบำรุงมะเร็งแต่มันก็ช่วยบำรุงเลือดให้คนป่วยด้วย แต่แม่เราไม่ได้ทานพวกนี้เลยด้วยความที่แม่เบื่ออาหารพวกนี้แล้ว ใครจะไปทานได้ไข่ 12 ฟองต่อวัน แค่ 3 ฟองก็เบื่อแล้ว แต่แม่ทานแต่สารอาหารตัวนี้เท่านั้น เกล็ดเลือดเพิ่มขึ้น ร่างกายดีขึ้น เราก็เลยให้แม่ทานต่อมาจนถึงทุกวันนี้ รวม 3 เดือนกว่าแล้ว แม่ไม่เคยต้องไปหาหมอเพื่อให้น้ำเกลือและเลือดอีกเลย แถมทานเก่งกว่าเก่า น้ำหนักขึ้นมากว่า 10 กิโลแล้ว แล้วล่าสุดแม่เราไปเอกซ์เรย์ปอดดู

             ปรากฎว่าสิ่งมหัสจรรย์มีจริง แม้แต่หมอยังถามว่าไปทำอะไรมา เซลล์มะเร็งที่ว่าลงตับหายไป และที่ปอดเหลือเพียงจุดเล็กเท่านั้น ซึ่งแม่เราก็ถามว่ามีสิทธิ์จะหายจากโรคร้ายนี้มั้ย คุณหมอบอกว่า ถ้ามันเล็กลงอย่างนี้เรื่อยๆ แล้วหายไปในที่สุด คุณมีอายุยืนยาวแน่ แล้วก็จะหายขาดแน่นอน เชื่อมั้ยแม่เรายิ้มไม่หุบเลย จากคนที่เคยร้องครวญครางตลอดเวลาทุกวันนี้แม่เรามีความสุขมากขึ้น ตื่นมาตอนเช้าออกกำลังกายเบาๆ แล้วก็ใส่บาตร วันพระก็ไปทำบุญที่วัด แต่กลับเป็นเราซิที่แย่ลง เพราะต้องพาแม่ไปเที่ยวทุกเสาร์ อาทิตย์ ไปต่างจังหวัดบ้าง ไปห้างบ้าง แต่เราก็ยินดีทำเพราะได้อยู่กับแม่นานขึ้นไง จนเดี๋ยวนี้นะ พอพาแม่ไปห้างก็ด้วยความเคยชินที่ว่าต้องจูงต้องพยุงกันตลอดไม่งั้นจะเดินไม่ไหว แม่บอกว่าไม่ต้องจูงแล้วไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะจะได้ต้องพยุงกันตลอดเวลา อายเค้า เป็นงั้นไป แต่เราก็ยังอดห่วงไม่ได้ ทุกวันนี้แม่เราหนีไปเที่ยวห้างเองได้แล้ว อ่ะ นั่งแท็กซี่ไปเดินคนเดียวด้วยนะ เก่งมั้ยล่ะ

             เรื่องที่เราจะเล่าก็มีเท่านี้ ถามว่าแล้วเล่าทำไม เราไม่ได้มาโฆษณาอะไรหรอกนะคะ แค่อยากจะแนะนำสารอาหารตัวนี้ให้กับคนที่เจอปัญหาแบบนี้เหมือนกับเรา ไม่ว่าจะเป็นคนที่เจอมันกับตัวเองหรือคนที่คุณรัก ในเมื่อคุณไม่มีอะไรต้องเสีย ทำไมจึงไม่ลองมันดูสักครั้งล่ะ เผื่อว่ามันจะทำให้คุณอยู่กับคนที่คุณรักได้นานขึ้นหรืออาจจะแก่ไปพร้อมๆ กัน เราไม่ได้โม้หรือว่าเล่าเกินจริงนะ ทุกอย่างนี้พิสูจน์ได้ มีเอกสารทางการแพทย์ รวมถึงผลเอกซ์เรย์ของแม่ หากคุณอยากดู เรายืนยันว่ามันช่วยได้จริง เป็นสารอาหารที่นำเข้ามาจากอเมริกา คุณอาจจะคิดว่าแพงแน่เลย มันไม่แพงอย่างที่คิดหรอก เดือนหนึ่งแม่เราจ่ายไม่ถึงหมื่นเท่านั้น แต่กลับช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายค่าสารอาหารตัวอื่นออกไปด้วยซ้ำ มันเป็นสารอาหารที่สกัดมาจากพืชผักผลไม้ เป็นวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายเราต้องการ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเราในการต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ

ขอขอบคุณที่อ่านจนจบและขอให้โชคดี มีความสุขกับคนที่คุณรักมากๆ นะคะ
แอน
ขอขอบคุณน้องแอนที่เอื้อเฟื้อข้อมูล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่น้องแอน โทร. 085-060-9854 เวลาที่สะดวกในการติดต่อ 18.00 - 20.00 น. ทุกวัน

ขอแนะนำผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ สำหรับป้องกันโรคมะเร็งและฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง

1.V Max & Phyto Max

2.Phyto Plex
3.Calcitone
4.Z-Plex 
 
Product Testimonials
ฉันเกือบฆ่าตัวตาย สติแตกทันทีที่หมอบอกว่าฉันเป็นมะเร็งรังไข่
แคลเซียมกับคุณแม่ตั้งครรภ์หรือให้นมลูก
ผมอายุ 28 ปี เป็นผู้ติดเชื้อเอดส์ที่กล้าแนะนำตัวเอง
เด็กอายุ 2 ปี 7 เดือน ที่ป่วยเป็นไข้ทุกเดือนตั้งแต่อายุ 1 ปี ปากแดง เจ็บคอ กินนมไม่ได้
ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน
ผู้ป่วยโรคตับแข็ง
ผู้ป่วยเบาหวานเป็นแผลที่นิ้วทะลุถึงกัน
ผู้ป่วยเบาหวานเป็นฝีที่หลัง
โรคหอบหืด
โรคเบาหวาน
ผู้ป่วยเบาหวานที่ตัดนิ้วเท้า
โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)
โรคเกี่ยวกับกระดูก
โรคสะเก็ดเงิน
ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นโรคอะไร
โรคเอดส์
เนื้องอกที่ต่อมไธมัส มะเร็งขั้น 2
โรคเก๊าท์
ตอนที่คุณหมอบอกกับแม่ว่า “น้องฮาร์ทเป็นมะเร็งไตระยะสุดท้าย” แม่ทำอะไรไม่ถูก มันตื้อไปหมด
สปอร์ตทรอน กับ โรค SLE
ปวดหัวเข่า ปวดตามข้อ
ไมเกรน
หมอบอกว่าแม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ปอดหายไปข้างหนึ่งแล้วและกำลังลุกลามไปที่ตับ
โรคอ้วน ไขมันส่วนเกิน
 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ข้อมูลจาก : sportronfamily.com
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

           
หน้าหลัก ผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น ถาม-ตอบ การสั่งซื้อ เกี่ยวกับเรา
คุ้มครองสิทธิ์โดย 7วันดี 14วันสวย ดอทคอม